....!....'s profile어라야.....PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 26

    คำว่า "รัก" สำหรับเด็กๆนั้น.. มันลึกซึ้งแบบที่คุณนึกไม่ถึง..

    คำว่า.."รัก"..หมายความว่าอย่างไร?
    --------------------
    "When my grandmother got arthritis, she couldn't bend over and paint her toenails anymore. So my grandfather does it for her all the time, even when his hands got arthritis too.That's love." [Rebecca - age 8]

    "ตอนที่คุณยายเป็นโรคข้ออักเสบ ..คุณยายก้มลงไปทาเล็บเท้าไม่ได้อีกต่อไป
    ดังนั้น..คุณตาจึงทำให้คุณยายแทน..แม้ว่าแขนของคุณตา..จะเป็นโรคข้ออักเสบเช่นกัน.. นั่นก็เพราะว่า "ความรัก" ไง" (รีเบคก้า - 8 ขวบ)

    --------------------
    "When someone loves you, the way they say your name is different. You know that your name is safe in their mouth." [Billy - age 4]

    "เมื่อมีใครสักคนรักเธอ ..วิธีการเอ่ยชื่อของเธอ..มันจะต่างออกไป เธอจะรู้สึกว่า..ชื่อของเธอปลอดภัย..เมื่อยามขับขานออกมาจากปากของเขา" (บิลลี่ - 4 ขวบ)

    --------------------
    "Love is when a girl puts on perfume.. and a boy puts on shaving cologne and they go out and smell each other." [Karl - age 5]

    "รัก.. ก็คือ เมื่อยามที่ผู้หญิงฉีดน้ำหอม..และผู้ชายใช้โคโลนจ์..พวกเขาก็ออกไปข้างนอก ด้วยกัน ..ต่างฝ่ายต่างดมกลิ่นของกันและกัน" [คาร์ล - 5 ขวบ]

    -------------------
    "Love is when you go out to eat .and give somebody most of your French fries..without making them give you any of theirs." [Chrissy-age 6]

    "รัก.. คือ เมื่อยามที่เธอออกไปทานอาหารกับใครบางคน..และแบ่งเฟรนส์ฟรายให้กับเขาเสีย เยอะเลย ..แล้วก็ไม่ยอมให้เขาแบ่งส่วนของเขาให้เธอด้วย" (คริสซี่ 6 ขวบ)

    -------------------
    "Love is what makes you smile when you're tired." [Terri - age 4]
    "รัก..คือ สิ่งที่ทำให้เรายิ้ม.. เมื่อยามเราเหนื่อย" (เทอรี่ - 4 ขวบ)

    -------------------
    "Love is when my Mommy makes coffee for my daddy ..and she takes a sip before giving it to him, to make sure the taste is OK." [Danny - age 7]

    "รัก ..คือ เมื่อยามที่คุณแม่ชงกาแฟให้คุณพ่อ...และคุณแม่ก็จิบมัน..ก่อนที่จะให้คุณ พ่อ..เพื่อให้แน่ใจว่า..รสชาติของมันใช้ได้แล้ว" [แดนนี่ - 7 ขวบ]

    -------------------
    "If you want to learn to love better, you should start with a friend whom you hate." [Nikka - age 6]

    "ถ้าเธออยากเรียนรู้การรักให้ดี..เธอควรที่จะเริ่มจากการรักเพื่อน-ที่เธอเกลียด..เสียก่อน" [นิกกี้ - 6 ขวบ]

    -------------------

    "Love is when you tell a guy you like his shirt, then he wears it everyday." [Noelle - age 7]

    "รัก คือ..เมื่อยามที่เธอบอกผู้ชายว่า..เธอชอบเสื้อของเขา ..จากนั้นเขาก็ใส่มันมาทุกวันเลย" (โนเอล - 7 ขวบ)

    ---------------------
    "Love is like a little old woman ..and a little old man who are still friends .even after they know each other so well." [Tommy - age 6]

    "รัก คือ..เมื่อผู้หญิงแก่ตัวเล็กๆ..กับผู้ชายแก่ตัวเล็กๆ..ซึ่งยังคงเป็นเพื่อน กัน..แม้ว่า..พวกเขาจะรู้จักกันเป็นอย่างดี" (ทอมมี่ - 6 ขวบ)

    ---------------------
    "Love is when Mommy sees daddy smelly ..and sweaty and still says he is handsomer than Robert Redford." [Chris - age 8]

    "รัก คือ..เมื่อยามที่คุณแม่คิดว่า..คุณพ่อตัวเหม็นและเหงื่อซก..แต่ก็ยังคงบอก ออกไปว่า..คุณพ่อหล่อกว่า โรเบิร์ต เรดฟอร์ด อีก" (คริส - 8 ขวบ)

    --------------------
    "Love is when your puppy licks your face ...even after you left him alone all day." [Mary Ann - age 4]

    "รัก คือ..เมื่อยามที่ลูกหมาของเธอมาเลียหน้าเธอ ..แม้ว่า..เธอจะทิ้งมันให้อยู่ตามลำพังทั้งวัน" (แมรี่ แอน - 4 ขวบ)

    --------------------
    "I know my older sister loves me ..because she gives me all her old clothes... and has to go out and buy new ones." [Lauren - age 4]

    "ฉัน รู้ว่า..พี่สาวรักฉัน.. เพราะว่า..เธอให้เสื้อผ้าของเธอทั้งหมดให้ฉัน..ส่วนตัวของเธอ..ต้องออกไป ข้างนอก..เพื่อจะซื้อตัวใหม่" (ลอเรน - 4 ขวบ)

    --------------------
    "When you love somebody, your eyelashes go up and down ..and little stars come out of you." [Karen - age 7]

    "เมื่อเธอรักใครสักคน ..ขนตาของเธอจะดีดขึ้นลง..และดวงดาวก็จะลอยออกมา..จากดวงตาของเธอ" (คาเรน - 7 ขวบ)

    -------------------
    "You really shouldn't say 'I love you' ..unless you mean it. But if you mean it, you should say it a lot. People forget." [Jessica - age 8]

    " เธอไม่ควรเอ่ยคำว่า "ฉันรักเธอ" ... เว้นเสียแต่..เธอตั้งใจที่จะเอ่ยมัน.. แต่ถ้าเธอตั้งใจที่จะเอ่ยมัน.. เธอก็ควรจะเอ่ยบ่อยๆ ..เพราะคนลืมง่าย" (เจสสิก้า -8 ขวบ)
     
     
    February 21

    no title..

    สื่งที่มนุษย์มีมากมายจนเหมือนไม่มีวันหมดนันก็คือ"ความรัก"

    แต่สิ่งที่มนุษย์มีจำกัดจนดูเหมือนว่าเห็นแก่ตัวนั้นคือ "ความอดทน"

    ยิ่งรักมากก็ยิ่งต้องอดทนกับปัญหาต่างๆไว้เพื่อให้รักนั้น....ยั่งยืน

    แต่ในทิศทางตรงกันข้าม เมือใดที่สิ้นรักเมื่อนั้น "ความอดทน"ก็หามีไม่

    สิ่งใดที่เคยอดทนได้ก็กลับเปลี่ยนแปลงไป

    สิ่งใดที่เคยเห็นดีเห็นชอบกลับกลายเป็นขวางหูขวางตา

    ท้ายที่สุด.......................

    "เรา" ก็เป็นฝ่ายทอดทิ้ง "รัก" นั้นให้จบลง

    แต่ยังมีความจริงอีกอย่างหนึ่งที่คนเรามักมองข้ามกันไปบางครั้ง

    ความรักของเราอาจจบลงทั้งที่ความรู้สึกรักยังมีอยู่เต็มหัวใจ

    เพียงแต่การถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั้ง "ความอดทน"

    บอกให้เราต้องไป~ไปทั้งๆที่ยังรักเพราะหากรักแล้วต้องเจ็บต้องช้ำ

    ทางเลือกที่ดีที่สุดก็น่าจะหมายถึง....การจากไปในวันนี้

    เพื่อที่จะเข้มแข็งและลุกขึ้นได้ใหม่ในวันข้างหน้าอย่างนั้น....ไม่ใช่เหรอ

    January 09

    เค้าว่ากันว่า ..

     
    1. เค้าว่ากันว่า . . . อ่านหนังสือสักเล่มต้องใช้เวลา
    เช่นเดียวกัน เราคงไม่รู้จักใครสักคนได้ดีตั้งแต่วันแรก

    2. เค้าว่ากันว่า . . . อย่าตัดสินหนังสือดี ๆ แค่ปกมันสวย
    เช่นเดียวกัน คนหน้าตาดี อาจจะไม่ใช่คนดีเสมอไป

    3. เค้าว่ากันว่า . . . คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย
    ก็ใช่ว่าจะมีหนังสือเล่มแรกในชีวิตที่ชอบไม่ได้
    เช่นเดียวกัน คนที่เราไม่คิดจะอยากรู้จัก
    อาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิตเราก็ได้

    4. เค้าว่ากันว่า . . . การชอบหนังสือสักเล่ม
    ไม่ได้หมายความว่า หนังสือเล่มนั้น เนื้อหาดีทุกหน้า
    เช่นเดียวกัน การรู้สึกดีกับใครสักคน
    ไม่จำเป็นว่าเขาต้องไม่มีข้อเสียอะไรเลย

    5. เค้าว่ากันว่า . . . อย่ารู้สึกเสียดายเวลา
    กับการอ่านหนังสือบางเล่มจนจบ
    แล้วพบว่าเป็นหนังสือที่ไม่ชอบ
    เช่นเดียวกัน จงรู้สึกดี
    กับการใช้เวลากับใครสักคนหนึ่งอย่างเต็มที่
    แม้ว่าวันหนึ่งจะรู้ว่า เ! ขาคนนั้นไม่ใช่เลยสักนิด
    เพราะอย่างน้อย ต่อจากนี้ไป
    เราจะได้เลือกทางที่ถูกและคนที่ใช่ซะที
    thanx พี่น้องคับ
    November 23

    ..love..

    ...
    แต่ละคน เติบโตมาจากที่แตกต่าง
    ยิ่งมาอยู่ใกล้กันมาก..ก็ยิ่งทำให้เห็นความแตกต่างกัน
    ของคนสองคน
    อาจมีหลายครั้งที่เรารู้สึกขัดใจ ที่อีกคน ทำอย่างนั้น อย่างนี้
    หรือ พูดจาอะไรที่เราไม่ค่อยพอใจ
    แต่ด้วยความรักที่มีอยู่ และหวาดกลัวว่า
    หากพูด หรือ ทำอะไรออกไปแล้วจะเกิดการกระทบกระทั่ง
    หรือทำให้เสียความรู้สึกกันไปเปล่าๆ
    ...
    จึงเก็บความอึดอัดใจไว้ดีกว่า
    จนเผลอลืมไปว่า ความรู้สึกที่ไม่ได้รับการผ่อนคลายนั้น
    จะถูกทับถม สะสมไว้ให้สูงขึ้น เป็นความขุ่นเคือง
    ในอารมณ์...อยู่เสมอ
    และอาจถึงจุดที่ไม่อาจทนได้ในสักวัน
    ..
    การคบหากับใครสักคนอย่างจริงจังนั้น
    เราต้องไม่ลืมว่า
    คนๆนนั้นคือคนที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน...ตลอดไป
    อย่าให้ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอดทนขนาดนั้นเลย..ดีไหม
    กล้าที่จะพูดในแง่ดี ในแง่เสีย
    เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้รับรู้ และปรับตัวเข้าหากัน
    ..
    เพื่อถนอมรักไว้ให้อยู่ด้วยกัน นานๆ
    เพราะไม่มีประโยชน์อะไรเลย..หากจะ
    เก็บความรู้สึก เพื่อที่จะรักกันให้มากๆในวันนี้
    ...
    แต่..ไม่เคยยอมรับอะไรกันได้
    และ..ให้ความรักน้อยลงในวันต่อไป
    อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองใจเล็กๆ..
    กลายเป็นเรื่องใหญ่
    ..
    กล้าที่จะพูดคุยกันให้เข้าใจ
    และให้ทุกความคลางแคลงใจจบลง..ที่ตรงนั้น
    ...
    ความรัก
    เป็นเรื่องใหญ่ เกินกว่าที่จะถูกบั่นทอน
    ด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆ
    ...
    แค่ คนสองคน ไม่ได้คุยกัน
    ....
     
    thanx neuy
    ที่ส่งอะไรดีๆมาให้เราได้อ่านและได้คิด
    September 28

    friend..friend

    ความคิดสมัย ป.1
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคุณ     แล้วก็จับมือคุณระหว่างเดินผ่านห้องโถงที่น่ากลัว
     
    ความคิดสมัย ป.2
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ทำให้คุณเข้าเรียนคลาสที่ไม่อยากเรียน (มั้ง)
     
    ความคิดสมัย ป.3
    เพื่อนที่ดีคือคนที่แบ่งอาหารกลางวันให้คุณ  เมื่อคุณลืมกล่องข้าวไว้ที่บ้าน = =?
     
    ความคิดสมัย ป.4
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมเปลี่ยนคู่เต้นในวิชาลีลาศเมื่อคุณไม่อยากจับคู่เต้นอยู่กับนิกจอมลามกหรือเอ็มกลิ่นแรง
     
    ความคิดสมัยป.5
    เพื่อนที่ดีคือคนที่เผื่อที่นั่งให้คุณเมื่อถึงมื้อเที่ยง
     
    ความคิดสมัย ป.6
    เพื่อนที่ดีคือคนที่พาคุณไปหาคนที่คุณตกหลุมรัก  เพื่อขอให้เค้ามาเต้นรำกับคุณ  เผื่อว่าเค้าปฏิเสธคุณจะได้ไม่ต้องอายไง
     
    ความคิดสมัย ม.1
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้คุณลอกรายงานสังคม
     
    ความคิดสมัย ม.2
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณทำรายงานกลุ่มและไม่เคยนินทาคุณลับหลัง
     
    ความคิดสมัย ม.3
    เพื่อนที่ดีคือคนที่เปนที่ปรึกษาปัญหาหัวใจให้คุณและอินกับคุณในทุกๆอารมณ์
     
    ความคิดสมัยม.4 คือ
    คนที่ยอมเปลี่ยนวิชาเรียนเพื่อที่คุณจะได้มีเพื่อนนั่งกินข้าว
     
    ความคิดสมัย ม.5
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมให้คุณขับรถใหม่ของเค้า
    ช่วยคุยกะพ่อแม่ของคุณเวลาคุณมีปัญหา  แล้วก็คอยปลอบคุณตอนที่คุณเลิกกับแฟน
     
    ความคิดตอน ม.6
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้า
    แถมยังช่วยคุยกับพ่อแม่ให้ยอมให้คุณไปเรียนมหาลัยนั้นอีกด้วย
    ในงานจบการศึกษา เพื่อนที่ดีของคุณ คือคนที่ร้องไห้เงียบๆ ในใจ
    แล้วก็แบ่งปันรอยยิ้มกว้างๆ ให้คุณ
     
    หน้าร้อนหลังจบ ม.6
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณล้างขวดหลังงานปาร์ตี้
    ช่วยคุณแอบย่องออกจากบ้านตอนที่คุณตกลงกับพ่อแม่ไม่ได้
    ทำให้คุณกับแฟนกลับมาคบกันอีก
    ช่วยคุณเก็บของเพื่อย้ายไปมหาลัย
    แล้วก็กอดคุณอย่างเงียบๆ มองคุณด้วยแววตาที่ขุ่นมัวพร้อมกับความทรงจำ
     
    18 ปีที่ผ่านมา...... ให้กำลังใจคุณในทางที่คุณเลือกเดินเหมือน
     18ปีที่ผ่านมา
     
    และตอนนี้ เพื่อนที่ดี  ....   ยังคงเป็นคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ     จับมือของคุณเมื่อคุณกลัว
     
    ช่วยคุณต่อสู้กับสิ่งที่พยายามเอาเปรียบคุณ
     
    คิดถึงคุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่ เตือนคุณในสิ่งที่คุณลืม
     
    ช่วยคุณผ่านอดีตแต่ก็เข้าใจเมื่อคุณอยากอยู่กับอดีตอีกซักนิด
     
    อยู่กับคุณเพื่อให้คุณมีความมั่นใจ หรือไปไกลๆ คุณซักพักเพื่อให้คุณได้มีเวลากับตัวเอง ช่วยคุณแก้ไขความผิดพลาด
     
    ช่วยคุณจัดการกับความกดดันทั้งหลาย
     
    ยิ้มให้คุณเมื่อยามคุณเศร้า
    July 31

    ข้อคิดดี ๆ จากพี่โน๊ตอุดม

    - ความรู้มากๆๆ บางทีเหมือนกำแพงอิฐที่เรียงตัวสูง
    ความรู้สูง กำแพงสูง ความรู้รอบด้าน ก็เหมือนกำแพงสูงรอบตัว บางครั้งมันอาจทำให้มองออกไปไม่เห็นอะไร
    นอกจากอิฐที่ตนเอง ก่อขึ้นมา

    - กลิ่นของความรัก ก็เช่นเดียวกับห้องน้ำ
    เข้าไปแรกๆๆจะรู้สึกว่าได้กลิ่น
    อยู่ในนั้นนานๆๆ ไปจะเคยชิน จนลืมว่ามีกลิ่นนั้นอยู่
    จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น และกลับเข้าไปใหม่

    - ถ้าเรารักใครซักคน
    เราควรเปิดโอกาสให้เค้าได้ทำผิดหลายๆๆครั้ง
    เพราะเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน

    - อย่าบอกเลยว่าเป็นคนดี
    ความหยิ่งยโส ก็มีอยู่ในคนถ่อมตัว
    ครูที่สอนนักเรียน ก็มีความโง่ ซ่อนอยู่
    ความขลาดกลัว ก็มีอยู่ในนักมวยแชมป์โลก
    ความเบื่อหน่าย ก็มีอยู่ในพนักงานที่ต้อนรับที่กระตือรือร้น
    ความเห็นแก่ตัว ก็มีอยู่ภายในใจของนักสังคมสงเคราะห์
    มันอยู่คู่กัน รอวันปรากฏตัวออกมา

    - ถ้าสันดานห่วยๆๆ มันเป็นกระดาษ
    เรามีแค่หินทับกระดาษคนละก้อน
    ลมกิเลสพัดมา ก็ขึ้นกับว่าก้อนหินของใครก้อนใหญ่พอที่ทับมันไว้
    ไม่ให้ปลิวเพ่นพ่านเท่านั้นเอง..
    July 13

    คุ ณ คื อ ค น ไ ห น . . .

    คุ ณ คื อ ค น ไ ห น . . .
    คนนึงวิ่งตาม...อีกคนวิ่งหนี
    คนนึงฟุ้งซ่าน...อีกคนไม่คิดแถมอึดอัด
    คนนึงสนใจ ใส่ใจ ดูแล เป็นห่วง...อีกคนไม่เคยรู้สึกว่ามีค่า
    คนนึงโทรไปแล้วหาเรื่องคุย...อีกคนรับสายแล้วหาเรื่องวาง
    คนนึงอยากเจอนานๆทีก้อยังดี...อีกคนทำงาน ไม่ว่าง อยากพัก
    คนนึงคิดถึงอีกคน...แต่อีกคนแกล้งทำเป็นไม่รับรู้
    คนนึงเพิ่งหยุดร้องไห้แล้วโทรหา...อีกคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสียงเปลี่ยนไป
    บางครั้งคุณควรคิดย้อนกลับไปถึงคนที่เค้ารักและเป็นห่วงคุณบ้าง
    อย่าทำเหมือนความรู้สึกและสิ่งดีๆ ที่เค้าทำให้คุณไม่มีค่า ไม่มีความหมายอะไรเลย
    อย่าทำร้ายความรู้สึกของคนที่รักคุณ...ดูแลความรู้สึกของคนข้างๆคุณบ้าง
    อย่าให้ความรู้สึกดีๆต้องจางหายไป
     
    June 01

    ..เคยมั้ย..

    ...เคยโง่มั้ย...

    โง่ที่คิดว่า.....ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
    โง่ที่คิดว่า.....ใครบางคนให้ความสำคัญกับตัวเรามากกว่าคนอื่น
    โง่ที่คิดว่า.....คนที่เรารัก เค้าจะรักเราคนเดียว
    โง่ที่คิดว่า.....คนที่เราดีใจเมื่ออยู่ใกล้เค้า จะไม่ใช่คนเดียวกันกับคนที่ทำ ให้เราเสียใจที่สุด
    โง่ที่คิดว่า......เรามีความสำคัญกับใครคนหนึ่งมากจนเค้าขาดเราไม่ได้
    โง่ที่คิดว่า......การโกหกจะไม่เกิดขึ้นระหว่างคู่รักที่รักกันจริงๆ
    โง่ที่คิดว่า......คำหวานจากปากเค้า เค้าพูดเพราะเป็นห่วงเราจริงๆ
    โง่ที่คิดว่า......เวลาที่เราต้องการเค้าที่สุดเค้าจะอยู่กับเราเสมอ...

    ...อยากฉลาดมั้ย...
    ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า.......ความพยายามบางครั้งมันก้อเป็นแค่ความพยายาม
    ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......อย่าหวังว่าใครจะเห็นเราสำคัญมากไปกว่าตัวเค้าเอง
    ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......คนที่เรารัก....บางทีเค้าก็มีคนที่เค้ารัก
    ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......คนที่เราอยู่ใกล้เค้าแล้วมีความสุขอาจเป็นคนเดียวกันกับคนที่ทำให้เราเสียใจที่สุด
    ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......คำหวานจากปากเค้าเค้าพูดเพียงเพราะเค้าชอบพูดคำหวานกับใครๆ เสมอ....ก็แค่นั้น
    ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......การโกหกเกิดขึ้นตลอดเวลาไม่ว่าใคร
    ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......คนที่เรารักอาจเป็นคนเดียวกันกับคนที่ไม่เคยรักเรา
    ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......เวลาที่เราต้องการเค้าที่สุดอาจเป็นเวลาเดียวกันกับเวลาที่เค้าหมดรักเราแล้ว

    " ฉันยอมโง่ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเค้าไป แต่ก้ออยากฉลาดในเวลาเดียวกัน เพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นตัวตลกให้เขาหลอก "...

    **คงมีบางทีก็ต้องแกล้งโง่กันบ้างเนอะ...นั่นแหละฉลาด**

     

    March 22

    :)

     
    March 17

    kiss

    จูบที่ มือ หมายถึง มิตรภาพ
    จูบที่ จมูก หมายถึง คุณน่ารักมาก
    จูบที่ แก้ม หมายถึง ฉันต้องการเธอ
    จูบที่ คอ หมายถึง เธอต้องเป็นของฉัน (คืนนี้เสร็จแน่)
    จูบที่ ริมฝีปาก หมายถึง ฉันรักเธอ
    จูบที่ เปลือกตา หมายถึง ฉันกำลังหลงรักเธอ
    เอาแหวนของคุณไปใส่ หมายถึง เธอต้องเป็นของฉันคนเดียวตลอดไป
    ให้ของขวัญคุณเป็นประจำ หมายถึง เค้าเอาใจใส่และคิดถึงคุณตลอดเวลา
    จับมือ หมายถึง ฉันชอบเธอ
    มองเข้าไปในตาของคุณ หมายถึง เธอรักฉันหรือเปล่า
    บีบนิ้วของคุณ หมายถึง ฉันอยากจะจูบเธอ
    ลูบไล้เบา ๆ ที่หัวไหล่ หมายถึง อยากจะเอาใจเธอ
    กัดริมฝีปาก หมายถึง ฉันหึงนะ
    ขยิบตาให้ หมายถึง ขอฉันไปกับเธอนะ
    เล่นผมของคุณ หมายถึง ฉันชื่นชมเธอ
    เหยียบเท้าคุณ หมายถึง ฉันเกลียดเธอ
    พูดว่า "คิดถึงคุณ" หมายถึง ฉันใส่ใจเธอเสมอ
    พูดว่า "คืนนี้ จะฝันถึงคุณ" หมายถึง คุณเป็นคนพิเศษ
    พูดว่า "อยากจะอยู่กับคุณตลอดเวลา" หมายถึง คิดถึงคุณทุกลมหายใจ
    แอบหอมคุณ หมายถึง เค้าคนนั้นเป็นคนที่สวีทสุดๆ
    February 01

    นาฬิกากับหัวใจ

    เราใส่นาฬิกามือซ้าย
    ที่ใส่มือซ้ายเพราะถนัดขวา
    ยกมือซ้ายขึ้นมาดูเวลาได้ง่าย
    แต่ถึงมีนาฬิกา เราก็ชอบไปสายอยู่ดี
    นาฬิกาก็แค่บอกเวลา ไม่ได้ทำให้เราไปเร็วขึ้น


    คิดดูแล้ว
    หัวใจก็อยู่ทางซ้ายเหมือนกัน
    บางทีเราก็คิดนะ ว่าอวัยวะในร่างกายที่มี 2 ชิ้น
    จะอยู่ซ้าย - ขวา อย่าง แขน ขา ลูกกะตา ทำนองนั้น..
    แล้วที่มีชิ้นเดียว ก็แสดงความโดดของมัน
    อย่าง จมูก สะดือ ก็อยู่ตรงกลาง..ประมาณนั้น


    แล้วทำไม
    ..หัวใจถึงเอียงซ้ายล่ะ??


    บางทีเราก็คิดว่า
    ที่เป็นงั้นก็เพราะ
    ใครบางคน
    อยากเตือนให้เรารู้ว่า


    "หัวใจเราไม่หนักแน่นพอจะอยู่ตรงกลาง
    แล้วก็ไม่มีมากพอจะแบ่งเป็นสองด้วยเหมือนกัน"

    November 28

    พูดจาภาษาผู้ชาย ความหมายที่ต้องแปล

    ผู้หญิงทุกคนคงเคยผ่านความฉงนและกลัดกลุ้มมาแล้วกับการพูดคุยกับผู้ชาย จนบางครั้งอยากสรุปว่าผู้ชายมีปัญหาในการสื่อสารกับผู้หญิง**

    ในเมื่อเกิดการพูดคุยกันไม่รู้เรื่องเหมือนคุยกันคนละภาษาความสัมพันธ์ก็คงจะไม่สวยแน่เพราะคุณคงไม่คบกับผู้ชายโดยไม่ต้องคุยกับเขาเลยซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็คงจะดีไม่น้อย ระหว่างที่คุณคบหากับผู้ชายคนหนึ่ง คุณคงเคยเจอเรื่องที่กวนใจคุณอย่างมากเมื่อคุณพูดคุยกับเขา แต่เขาตอบมาในวิธีที่คุณแทบคลั่ง เช่น
    >> เมื่อคุณแสดงอารมณ์โกรธ ผู้ชายจะไม่เผชิญหน้าด้วย
    คุณเคยสังเกตมั้ยว่าขณะที่คุณกำลังระเบิดอารมณ์ใส่เขา ไม่ว่าเรื่องอะไรก็แล้วแต่ อาจเป็นเรื่องเล็กๆที่คุณรู้สึกอยู่ในใจแล้วสะสมจนต้องกราดเกรี้ยวชวนเขาทะเลาะ นาทีนั้นคุณกำลังร้องไห้ หรือฉุนเฉียวเต็มที่ แต่เขากลับให้คุณหยุดอารมณ์ที่กำลังเดือดของคุณหรือไม่ก็ผละหนีคุณไปดื้อๆ และความไม่เข้าใจกันก็ยังติดค้างอยู่ในใจต่อมาผู้ชายก็จะมาง้อคุณโดยไม่พูดรื้อฟื้นถึงปัญหานั้น นี่แหละคือม่านดำผืนใหญ่ที่กั้นขวางคุณไว้โดยผู้ชายเป็นผู้รูดม่านปิด แล้วปล่อยให้คุณว้าวุ่นต่อไป ที่จริงแล้วไม่ใช่ว่าเขาไม่รักคุณ แต่เป็นเพราะเขา "กลัว" คุณและก็ "กลัว"ตัวเอง
    >> ผู้ชายกลัวเมื่อถูกผู้หญิงใช้อารมณ์คุกคาม และผู้ชายกลัวที่จะต้องต่อสู้กับผู้หญิงด้วยอารมณ์ เพราะเขาไม่ถนัดในการแสดงออกทางอารมณ์
    เมื่อคุณเข้าใจปัญหานี้ของเขาแล้วคุณจะเลิกข้องใจในตัวเขา รวมทั้งเลิกสงสัยตัวเองว่าเป็นคนเจ้าอารมณ์หรืออ่อนไหวไร้เหตุผลได้เสียที เมื่อผู้ชายรู้สึกว่าถูกโจมตี เขาจะพยายามดึงคุณให้ออกมาจากอารมณ์ที่กำลังลุกเป็นไฟนั้นทันที เพราะเขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถรับมือได้ เขาคิดว่าเขาสามารถสู้กับคุณด้วยเหตุผลได้มากกว่าสู้ด้วยอารมณ์อันรุนแรง นั้นคือการป้องกันตัวของเขา เพราะเขาจะไม่ยอมเป็นฝ่ายแพ้ เพราะจะทำให้เขารู้สึกสูญเสียอำนาจ เขาจะแกล้งเบี่ยงการโต้คารมกับคุณโดยพูดในทำนองว่า "นี่คุณคิดมากไปเองหรือเปล่า เลิกเอาแต่ใจตัวเองเถอะน่า" หรือ "คุณจะเอายังไงอีก ผมทำดีที่สุดแล้วนะ" หรือ... "นี่คุณจะโมโหอะไรนักหนา เรื่องไม่เป็นเรื่องทั้งนั้น" คุณต้องแก้เกมนี้ด้วยการหยุดใช้อารมณ์กราดเกรี้ยวคุกคามเขา แต่บอกเขาอย่างคนมีเหตุผลด้วยการเชื่อพลังของตัวคุณเองว่า คุณรู้นะว่าทำไมเขาเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงปัญหานี้ และพยายามชักจูงให้เขาช่วยกันแก้ไขปัญหา อย่าปล่อยให้มันกลายเป็นเรื่องที่ก่อตัวเงียบๆในใจทั้งสองฝ่ายอีกต่อไป
    >> เมื่อคุณชวนจะถกปัญหาก่อนนอน ผู้ชายจะไม่พอใจ
    เมื่อคุณชวนจะถกปัญหาก่อนนอน ผู้ชายจะไม่พอใจ
    เพราะเมื่อคุณเริ่มต้นชวนพูดคุย แม้จะด้วยวิธีการนุ่มนวล แต่ผู้ชายก็จะไม่ให้ความร่วมมืออย่างแน่นอน เขาจะมีทีท่านิ่งเฉยหรือไม่ก็อาจจะพูดหรือแสดงท่าทีเบื่อหน่ายจนคุณรู้สึกขุ่นมัวแล้วเริ่มหาเรื่องทะเลาะกับเขาเลยก็ได้ ผู้ชายอยากที่จะมีเวลาสงบสบายก่อนที่จะหลับพักผ่อน เขาคิดว่าเรื่องที่คุยจะยืดยาวและเป็นเรื่องที่จะนำไปสู่การขัดเคืองใจกันซึ่งเขาไม่ต้องการ ผู้หญิงจำเป็นต้องเข้าใจความรู้สึกและวิธีคิดของผู้ชาย เนื่องจากเขาไม่ชอบเอาปัญหามาถกกันในตอนเข้านอน เพราะเขาเหนื่อยเพลียมาทั้งวัน การระวังตัวหรือพลังในการควบคุมอำนาจให้เหนือกว่าคุณนั้นย่อมจะลดน้อยถอยลง ซึ่งนั่นเขาก็รู้ดีว่าเขาจะตอบหรือทำให้คุณกระจ่างในหัวข้อพูดคุยนั้นไม่ได้ดีอย่างแน่นอน และเขาอาจจะพ่ายแพ้ถ้าต้องใช้อารมณ์ในการตอบโต้ถกเถียง เขาจึงจำเป็นต้องหาทางเลี่ยงที่จะคุยตอนนั้น ถ้าคุณคิดว่าเรื่องนั้นจำเป็นต้องคุยกับเขา คุณต้องใช้เทคนิคอย่างนุ่มนวลที่สุด เพื่อเคลียร์ปัญหานั้นตั้งแต่ยังเริ่มต้นดีกว่าปล่อยให้ก่อตัวเป็นเรื่องใหญ่โต พึงอดทนและเตือนตัวเองไว้เสมอว่า อย่าใช้อารมณ์กราดเกรี้ยวเข้าจู่โจมผู้ชายเพราะเขาไม่เข้าใจหรอกว่าบางเรื่องสามารถทำให้คุณโกรธได้มากถึงเพียงนี้ ควรขอเวลาเพียงนิดหน่อยกับการคุยระบุไปเลยว่าแค่สิบห้านาทีเท่านั้น ถ้าพูดตรงๆเช่นนี้ เขาจะยอมพูดคุยกับคุณแน่นอน ถ้ายังไม่ได้ความกระจ่างนัก คุณก็ต้องรอมชอมยอมจบภายในเวลาที่คุณขอร้อง แล้วไว้คุยกันวันหลังก็ได้ และข้อสำคัญคือคุณต้องให้ความยุติธรรมกับเขา อย่าเก็บเรื่องที่สร้างสมในใจคุณมาแสนนานแล้วมาระเบิดใส่เขาในช่วงก่อนนอน ในเวลานั้นผู้ชายชอบที่จะให้ผู้หญิงนำเรื่องที่ชวนให้สบายอกสบายใจมาพูดคุยกันมากกว่าเรื่องที่จะทำให้เขารู้สึกเหมือนตกเป็นจำเลย

    >> เมื่อคุณแนะนำเขาจะไม่เชื่อฟัง แต่จะตัดสินใจภายหลัง
    คุณเคยพบใช่มั๊ยว่าคุณเคยเอ่ยปากเสนอแนะบางเรื่องแต่เขาจะตอบเป็นเชิงค้านในขณะนั้นว่าไม่ดีหรอกน่า และยกเหตุผลต่างๆมาค้านเป็นทำนองไม่เห็นด้วย แต่เมื่อตัดสินใจ จู่ๆ เขาก็ทำตามความคิดของคุณ ซึ่งผู้หญิงก็จะงุนงงเป็นหนักหนาว่าคุณเป็นผู้เสนอแนะเขาเองนั่ ถ้าพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เขาก็จะไม่ยอมรับว่าจำได้ เขาจะบอกว่า แต่นี่ผมมาคิดดูแล้วก้เห็นว่าแบบนี้มันดีกว่า นี่คือพฤติกรรมที่ผู้ชายต้องการเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตนเอง ให้สมกับบทบาทที่เขาเชื่อว่ามันเหมาะควรกับการเป็นผู้นำ ในส่วนลึกเขาอาจจะตามใจคุณแต่เขาก็ปรารถนาแสดงออกว่าเขาเป็นผู้คิดเอง ตัดสินใจเอง เขาต้องการจะได้รู้สึกว่าเขาไม่ได้อ่อนแอ เขาสามารถคิดและจัดการเองได้โดยไม่ต้องมีผู้หญิงมาครอบงำทางความคิด การรับมือกับผู้ชายในข้อนี้คุณไม่จำเป็นต้องแก้เกมอะไรนัก เพราะคุณสามารถเข้าใจธรรมชาติของเขาแล้วว่าผู้ชายมีจิตสำนึกลึกๆ ที่ผลักดันให้เขาทำนิสัยเหมือนเด็กๆ ให้คุณปวดหัวเช่นนี้โดยเขาไม่ได้รู้ตัวหรือคิดร้ายอื่นใดเลยจริงๆ ถ้าคุณยอมปล่อยได้โดยไม่ต้องไปเผยว่า รู้ความลับเขานะ ว่าทำไมเขาเป็นแบบนี้ คุณจะเป็นผู้หญิงที่มีพลังในการควบคุมผู้ชายได้ โดยเขาเองไม่รู้ตัวหากคุณไปทำให้เขาละอายและหมดความรู้สึกว่าเป็นผู้นำ สัมพันธภาพของคุณกับเขาคงจะไม่งดงามนัก
    >> เมื่อคุณหมั่นสร้างความหวานซึ้ง แต่ผู้ชายไม่กระตือรืนร้นตอบ
    ผู้หญิงเคยหงุดหงิดกับสถานการณ์เช่นนี้มาทุกยุคสมัยและมันก็เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
    จนไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับผู้ชายคุณแต่งตัวด้วยชุดใหม่ที่แสนสวยในวันที่มีนัดหมายกับเขา
    หรือจะไปงานเลี้ยงสักแห่งด้วยกัน "เป็นไงบ้างค่ะ วันนี้ฉันสวยมั้ย"
    เขาแค่ยิ้มแล้วว่า ";อื้ม.....ก็ดี" คำพูดสั้นๆท่าทางนิ่งๆทำให้คุณน้อยใจจนแทบหมดอารมณ์และหมดความเชื่อมั่นในตัวเองไปเลย
    เมื่อเจอเหตุการณ์อย่างนั้น ถ้าผู้หญิงเกิดความขุ่นมัวก็อาจจะตัดพ้อเขา ซึ่งเขาก็จะย้อนถามหน้าตาเฉยว่า
    "ก็ดูดีนี่ จะให้ว่าไงล่ะ"หรือไม่ก็ตัดบทว่า "โอเค คุณสวยมากๆ
    เราไปกันเถอะ"ทำให้คุณยิ่งโกรธเขามากขึ้นอีก การทะเลาะกันก็ย่อมเกิดขึ้นได้โดยง่าย
    ฉะนั้นคุณต้องเข้าใจตามหลักจิตวิทยาทางพันธุกรรมตั้งแต่ความเป็นชายโดยสามัญสำนึกว่า
    เขาไม่ใช่เพศที่มีความละเอียดลึกซึ้งในบางเรื่องนัก

    >> สิ่งที่พึงเตือนตังเองคือ อย่าบังคับหรือหวังให้เขารู้สึกเช่นเดียวกับคุณ
    เพราะธรรมชาติของผู้หญิงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับผู้ชาย คุณจะคิดว่าเขาจะรู้สึกอย่างคุณไม่ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณจะหงุดหงิดทุกเรื่องที่เขาทำไม่ถูกตามที่ใจคุณหวังให้เป็น อีกสิ่งที่คุณสามารถทำความเข้าใจก็คือ ผู้ชายนั้นมีความเป็นศิลปินอยู่ในตัว นักประพันธ์และกวีในโลกนี้มีการสำรวจว่าเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ฉะนั้นคุณต้องตระหนักได้ว่าไม่ใช่ผู้ชายไร้ความละเอียดลึกซึ้ง ผู้ชายทุกคนมีสิ่งนั้น แต่ผู้หญิงต้องเป็นผู้กระตุ้นเขาและดึงสิ่งนั้นออกมาด้วยการฝึกเขาทางอ้อม เช่น "ทะเลสวยดีนะ" เมื่อเขาพูด คุณก็พยายามพูดถึงรายละเอียดของสิ่งที่เขาชม "ใช่ค่ะ สวยมาก ดูสิคะ ฟองคลื่นเป็นสีขาววิ่งไล่กันมาบนชายหาด ดูตรงโน้นสิค่ะ ขอบฟ้าตัดกับทะเลเหมือนจรดเป็นเส้นเดียวกันเลย" การช่วยกระตุ้นให้ผู้ชายรับรู้รายละเอียดต่างๆของความสวยงามมากขึ้น ต่อไปคุณจะพบว่าเขาเริ่มให้ความสนใจหรือเริ่มพูดถึงรายละเอียดต่างๆขึ้นเรื่อยๆ วิธีนี้คุณจะได้ชื่นชมความสำเร็จของคุณอย่างปลาบปลื้ม ขอเพียงคุณจงมีวิธีที่แนบเนียนเท่านั้นคงไม่มีผู้ชายคนไหนชอบใจถ้าคุณตำหนิเขาอย่างผิดๆว่า เขาช่างหยาบนัก ไร้ความโรแมนติกบ้างล่ะ ไร้ความละเอียดอ่อนบ้างล่ะ ถ้าเป็นแบบนั้นเขาจะไม่ทำอะไรหวานซึ้งกับคุณอีกเลย
    >> เมื่อคุณต้องการช่วย ผู้ชายจะปฏิเสธว่าเขาไม่มีปัญหา
    ผู้ชายเมื่อพบปัญหาหนึ่ง ซึ่งทำให้เขาวิตกกังวลหรือหวาดหวั่น หรือหม่นหมองปวดใจอย่างใดอย่างหนึ่งต่อปัญหานั้นๆ แต่เขาก็ไม่สามารถแสดงออกทางอารมณ์ที่เขารู้สึกได้ เพราะเขาคิดว่าการเปิดเผยอารมณ์เป็นลักษณะของผู้หญิง ดังนั้น เขาจะเก็บสิ่งนั้นไว้โดยไม่ต้องการจะพูดถึง สิ่งที่คุณควรทำคือ ไม่ต้องรบเร้าเขา แต่พยายามให้กำลังใจเขา พยายามปลอบโยนเขา เช่นถ้าคุณรู้เรื่องเพียงเล็กน้อยว่าเขากำลังอ่อนแอในเรื่องงานที่ไม่ประสบผลสำเร็จนัก คุณต้องให้กำลังใจเขาและบอกว่าคุณเชื่อมั่นในตัวเขาและความสามารถของเขา เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ชายต้องการเมื่อยามที่เขาอ่อนแอ แต่ไม่ใช่การสอนให้เขาทำอย่างนี้แทนการทำอย่างนั้น เพราะเขาไม่อาจทนได้ ที่จะให้คุณรู้ว่าเขาอ่อนแอหรือรู้สึกย่ำแย่กับสิ่งใด ทุกคำพูดของผู้ชายอาจไม่ใช่สิ่งที่เราจะเชื่อหรือเข้าใจได้ตามที่เขาพูด แต่เราจำเป็นต้องแปลหรือตีความหมายนั้นอีกชั้นหนึ่ง เช่น เมื่อผู้ชายพูดว่า "ก็บอกแล้วว่าขอโทษ จะเอาอะไรอีก" ความจริงเขาไม่ได้แกล้งขอโทษให้จบๆกันไป แต่ที่เขาพูดเหมือนโกรธ ก็เพราะความหมายจริงๆที่เขาจะบอกคุณก็คือ "จริงๆ แล้วผมเสียใจ แต่จะให้ผมร้องไห้หรือพร่ำเพ้อว่าเสียใจที่ทำกับคุณอย่างนั้นนะ ผมทำไม่ได้หรอก เพราะผมกลัวที่จะตกเป็นฝ่ายผิด ผมอายที่จะเปิดเผยอารมณ์ออกมาว่าเสียใจเหลือเกิน" เมื่อคุณเข้าใจเรื่องภาษาที่ต้องแปลความหมายกันนี้ ก็ต้องศึกษาเรื่องการสื่อสารกับผู้ชายให้เกิดผลสำเร็จในสัมพันธภาพที่เป็นที่พึ่งพอใจต่อทั้งคุณและตัวเขา เพราะวิธีการสื่อสารกับเขานั้นมักเกิดผลผิดพลาดจนทำให้คุณสับสนได้เสมอ คุณจำเป็นต้องแก้ปัญหานี้ด้วยการศึกษาความลี้ลับในธรรมชาติของเขาแล้วสร้างเคล็ดลับที่มีประสิทธิภาพขึ้นมา
    >> สื่อสารในภาษาเดียวกับผู้ชาย แม้ว่าคุณจะพูดคุยกับผู้ชายอยู่ตลอดวัน แต่มันคล้ายกับว่าเราคุยกันคนละภาษาสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจกัน ก็เพราะผู้ชายมีภาษาเฉพาะของเขาเอง ซึ่งคุณต้องเรียนรู้ภาษาของผู้ชายให้เข้าใจในขั้นต้นนี้
    >> ผู้ชายพูดถึงประเด็น แต่ไม่พูดถึงส่วนประกอบ ในข้อนี้คุณเคยเคืองโกรธผู้ชายมาแล้วยามที่คุณพูดถึงรายละเอียดของเรื่องใดแต่เขาทำเหมือนไม่ใส่ใจฟังเสียอย่างนั้นแหละ นั้นเพราะผู้ชายชอบเก็บรายละเอียด ส่วนประกอบเอาไว้ในใจแล้วพูดออกมาเพียงแต่ประเด็นเท่านั้น เช่น วันนี้ไปซื้อกับข้าวมา โอ้โฮรถติดมากๆเลย ซึ่งถ้าผู้หญิงพูดแต่ประเด็นเช่นนี้บ้างโดยไม่ต้องใส่รายละเอียดให้มากนัก ผู้ชายก็จะรู้ดีว่าเขาจะคุยโต้ตอบได้ในประเด็นไหน อาจจะนั่งคุยถามไถ่ถึงเรื่องรถถติด หรือเรื่องต่างๆได้อีกหลายประโยค
    >> ผู้ชายชอบบทสนทนาที่ชัดเจนมีทิศทาง
    เขาจะเก็บรายละเอียดต่างๆอยู่ในใจ แล้วสื่อสารออกมาแต่ในเนื้อหาเท่านั้น ซึ่งจะพูดความคิดนั้นออกมาเลย ในขณะเดียวกันผู้หญิงจะถ่ายทอดความคิดเหล่านั้นออกมาเป้นเสียงแล้วก็พูดพร่ำไปเรื่อยๆ ซึ่งผู้ชายคิกว่ามันไม่มีสาระสำคัญพอที่เขาจะตั้งใจฟังได้ทั้งหมด นั่นเป็นเหตุที่ผู้ชายมักกล่าวว่าผู้หญิงพูดมาก จุกจิก ขี้บ่น ทั้งๆ ที่คุณจะโต้เถียงว่าคุณไม่เคยจุกจิกอะไรกับเขาเลย แต่ที่คุณจุกจิกกับสิ่งอื่นๆนั้นแหละที่ทำให้เขาสรุปเช่นนั้น
    >> เคล็ดลับที่จะแก้ไขเรื่องนี้ก็คือ
    1. พูดถึงแต่ประเด็นสำคัญให้เขารับรู้ได้ทันทีว่าคุณต้องการจะสื่อสารเรื่องใด
    2. เรื่องบางเรื่องที่คุณจัดการแก้ไขเองได้ ก็ไม่จำเป็นต้องคิดแบบมีเสียงเพื่อให้เขาได้ยินและรู้สึกว่าคุณช่างมีปัญหาหนัก เช่น อ่างล้างหน้าสกปรก คุณจัดการเองได้อยู่แล้ว ก้ไม่ต้องบ่นออกมานี่นา
    3. บอกเขาตรงๆว่าผู้หญิงคิดเสียงดังนะ ต้องเข้าใจกันหน่อย แล้วบอกว่าผู้ชายชอบเก็บความคิดไว้ในใจมากกว่าพูดออกมา และหลังจากเข้าใจกันแล้ว ภายหน้าเมื่อคุณเริ่มพูดยืดยาวตามใจครุ่นคิด เขาก็เข้าใจ โดยอาจจะร่วมมือคุยด้วย หรือเลิกคิดรำคาญยามคุณบ่น
    4. ถ้าการคุยเรื่อยเปื่อยนั้นต้องได้ความเห็นหรือคำตอบจากเขา คุณต้องให้เวลาเขาคิด อย่าพร่ำพูดแล้วรุกเร้าเอาคำตอบจากเขาทันที เมื่อผู้หญิงแก้นิสัยการบ่นหรือคิดมีเสียงนี้ไม่ได้ คุณจำเป็นอย่างยิ่งที่จะบอกเขาไปตรงๆ บอกเหตุผลว่า คุณคิดออกมาแล้วพูดเพื่อจะได้คลายความว้าวุ่น และอาจพบทางแก้ที่ทำให้ใจปลอดโปร่งขึ้นได้ ผู้ชายจะได้เข้ามาช่วยเหลือด้วยการสนทนาด้วยถ้าเขารู้ปัญหาเช่นนี้ของคุณ หากปล่อยให้เข้าใจว่าผู้หญิงพูดแต่เรื่องไร้สาระ เขาก็จะไม่มีวันรับได้ในตอนคุณพูดมาก และหันมาข่มขู่เอาคำตอบหรือความเห็นจากเขา เขาจะรู้สึกถูกบังคับ เกิดความกดดันและเหมือนหมดอิสรภาพ
    >> เทคนิคการฟังผู้ชายพูด
    1. เมื่อผู้ชายกำลังใช้สมาธิเพื่อที่พยายามจะพูดเรื่องความรู้สึก หรือกำลังจะแสดงออกทางความรู้สึกส่วนลึก คุณไม่ควรพูดขัดคอเขาขึ้นมา อย่าทำลายเขาให้ออกนอกทิศทาง เขาจะรู้สึกโกรธและไม่คุยเรื่องลึกซึ้งกับคุณอีก
    2. เมื่อผู้ชายนิ่งเฉยเพื่อทบทวนความรู้สึกนึกคิดของเขา คุณต้องอดทนและเฝ้ารอ อย่างเช่น การทะเลาะกัน ผู้หญิงจะหายโกรธแล้วเสียใจแล้วกลับมาสู่เหตุผลของความรักได้เร็วกว่าผู้ชาย
    3. เมื่อผู้ชายไม่เคยกล้าที่จะพูดว่า "ขอโทษ" หรือ "เสียใจ" อย่าบังคับเขาให้เขาพูดเพื่อแสดงความหมายนี้ไปเรื่อยๆแล้วพยายามช่วยกระตุ้นถามเขา จนเขากล้าสารภาพว่า เขาเสียใจ
    4. เมื่อผู้ชายพูดอธิบายความคิดความรู้สึก คุณต้องแสดงท่าทีว่าเข้าใจเขาอย่างดี ซึ่งจะมีผลให้เขาเคารพในความคิดหรือการพูดคุยของคุณในภายหน้า
    5. นั่งฟังเขาอย่างมีอาการกระตือรือร้น อย่างเช่นทวนคำที่เขาพูดออกมาแล้ว ซึ่งเป็นการแสดงว่าคุณตั้งใจฟังเขาด้วยความสนใจ แล้วเขาก็กล้าที่คุยเรื่องในใจอื่นๆได้อย่างอบอุ่น
    6. อาจแสดงการตั้งใจฟังด้วยการพยักหน้าตามบางช่วง หรือเอ่ยปากเป็นทำนองฟังอยู่เช่น "อ๋อ.... " หรือ "อืมม์" แม้คุณจะคัดค้านเมื่อรอเขาพูดจบแล้วแต่ก็ตั้งใจฟังเมื่อเขาพูดก่อน
    7. การสัมผัสเขาในขณะเป็นผู้ฟัง จะทำให้ผู้ชายพึงพอใจและรู้สึกมีพลังที่จะพูดในเรื่องนั้นๆ ได้อย่างลึกซึ้งขึ้นอีก

    เมื่อคุณสามารถทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี ในแบบที่ผู้ชายพึงพอใจแล้ว การสนทนาระหว่างคุณกับเขาก็จะราบรื่นและสามารถสื่อสารกันอย่างเข้าใจกันดียิ่งแค่คุณเพียงทำความเข้าใจเขาโดยเปิดใจให้กว้าง แล้วหาเทคนิคแก้ไข รับมือกับเขา ในที่สุดสัมพันธภาพของคุณกับเขาก็จะสวยงามไม่เกิดปัญหาสะดุดหรือติดขัดได้เลยด้วยวิธีที่ชาญฉลาดและพลังของผู้หญิงเช่นคุณ